Panithan's profile<< TonY & ThE MoNeTtE >>PhotosBlogLists Tools Help

Panithan

Photo 1 of 12
April 16

Counter

You are the MoNeTtE's Counter  Visitor

April 15

สงกรานต์

 

 
เอาล่ะ มา up blog กันดีกว่า
หลังจากที่ไม่ได้แตะมันมานานมาก
 
สงกรานต์ไปไหนมาหรอ
อ๋อ อยู่บ้านน่ะ อยู่บ้านทุกวันเลย -*-
เพราะเนื่องจากว่า ท่านพ่อไม่อยู่
ไปราชการต่างประเทศ 2 ปี (เฮือก!!)
แล้วท่านพี่ก็ยังกลับจากสัตหีบไม่ได้
เพราะพระสวามีติดเฝ้าเสด็จฟ้าหญิง(กรรม - -")
ทำให้ที่บ้านเหลือเพียงข้าพเจ้าและหม่อมแม่
 เรื่องของเราตอนสงกรานต์ก็เหมือนกันทุกวัน
คือ ตื่นมา ทำงานบ้าน (เล็กน้อย
เพราะอยู่กันแค่ 2 คน),
ดู TV, กินข้าว, ดู TV, กินข้าว, ดู TV, กินข้าว
เหอๆ ซ้ำไปซ้ำมาแหะ น่าเบื่อเจงๆ
อ่อๆ แล้วก็ Online ด้วย
ยก Notebook มาตั้งหน้า TV
แต่ก็ไม่ได้สนใจมันเลย
ไม่รู้จะเปิดไว้ทำไม เปลืองไฟ - -"
แต่เราก็ยังเปิดมันต่อไป 55+
 
และแล้ววันเสาร์ก็มาถึง
มีอะไรแตกต่างไปหรอ?
ไม่มีหรอกแค่พี่เรากลับมาแล้วเท่านั้นเอง
นอกนั้นก็
เหมือนเดิม ชีวิตที่หน้าเบื่อของชายคนหนึ่ง
 
 
ปล. จะเข้าค่ายแล้ว คราวนี้คงต้องเอาจริงเอาจังกว่าเดิม คงต้องทุ่มเทกับ Marching มากกว่านี้ เพราะระเบียบยังไม่ดีเลย อย่างงี้แพ้เขาชัวร์ - -" ถ้าเด็กๆตั้งใจมากกว่านี้ก็คงจะดีมิใช่น้อย
 
ปลล. คิดถึงเฟิร์นจัง กลับมาเร็วๆสิ
 
ปลลล. ระหว่างที่นั่งเหงาอยู่หน้า TV สุดที่ร้าก ก็ได้ยินเพลงนี้
จริงๆก็เคยฟังแล้วแหละ แต่วันนี้ทำไมมันถึงรู้สึกว่าเพลงนี้มันโดนๆยังไงไม่รู้
 
มีทางสองทาง ที่ให้ฉันต้องเลือก
เลือกอยู่ทำดีกับเธอ หรือตัดเธอไปจากใจ
มันเป็นสองทาง ที่ต้องตัดสินใจ

เมื่อเธอนั้นไม่ได้รัก ก็ควรจะไปจากเธอ

 

* ทั้งที่ฉันทำเพื่อเธอทุกอย่าง แต่ไม่มีวันที่เธอจะมองเห็น

ทั้งที่รู้แต่ใจก็ยังลังเล ฉันควรจะอยู่หรือไป

 

** ใจหนึ่งก็รัก อีกใจหนึ่งก็เจ็บ

เจ็บที่ยังรักเธอข้างเดียวอยู่ร่ำไป

ใจหนึ่งก็คิด จะเดินไปให้ไกล

แต่อีกใจยังไม่กล้าพอ เพราะรู้ว่ายังขาดเธอไม่ได้

 

คำลาสักคำ ไม่จำเป็นต้องเอ่ย

แค่จากเธอไปอย่างนั้น และอย่าได้หันกลับมา

มันคงง่ายดาย ไม่ต้องเจ็บค้างคา

ถ้าหากจะยอมตัดใจ เจ็บหนักไปเลยหนึ่งครั้ง

 

* , **

 

ยังมีเธออยู่ในสายตา

แต่มันเหมือน ไม่มีหวัง ที่จะคว้าเธอมาให้อยู่ข้างฉัน

ให้ฉันทำอย่างไรต่อไป ให้ฉันเดินต่อไปต่อไปอย่างไร

เมื่อเธอไม่รัก เมื่อเธอไม่รัก

 

**

 

March 26

ค่าย ๆ ๆ

พรุ่งนี้แล้วสินะ ค่ายนรกแห่งปี ครั้งที่ 1
 
อีก 7 วันข้างหน้า
 
จะต้องเป็นช่วงที่เหนื่อยแสนเหนื่อย
 
ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา
 
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนของเด็กที่ซ้อมไม่ไหว
 
ท่ามกลางความกดดันของเหล่า Staff
 
และที่สำคัญ
 
ท่ามกลางหมู่กระเทย CG.
(อันนี้น่าเศร้าสุด เพราะได้ข่าวว่าพวกเขาจะมา
ค้างด้วย ซึ่งแน่นอน อยู่ห้อง Staff ชัวร์ โอ้ว ไม่นะ)
 
เด็กๆวง KUSSYM version Marching Band
จะสามารถทนความโหดร้าย
ของการซ้อมในครั้งนี้ได้หรือไม่
ค่ายที่นอนเที่ยงคืน ตื่น 7 โมงครึ่ง
ค่ายที่ซ้อมแถวตั้งแต่บ่าย 2 ยัน 4 ทุ่ม
ค่ายที่เกลื่อนไปด้วย Tutor จาก DCI
กับระบบการซ้อมแบบเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่
ด้วยแผนการซ้อมของ Sex ผลจะออกมาเปนยังไง
 
การซ้อมจะหนักและโหดร้ายแค่ไหน
เราจะวัดได้จากคนเจ็บและคนป่วย
 
ค่ายอื่นจะเปนยังไงไม่รู้
แต่ค่ายนี้รับประกันอย่างเดียว
คือ " เอ็งดำแน่ๆ "
 
55+ พรุ่งนี้เจอกันนะน้องๆ เอ็งแย่แน่ๆ คราวนี้ ^ ^
 
March 19

วันป่วนๆ ของผู้ชายคนนึง

ก้อนะ วันนี้ up แบบธรรมดาละกัน ขี้เกียจจัดระบบตัวหนังสือ
 
มะวานไปสุรศักดิ์มา(สะกดงี้ป่าวหว่า) จริงๆตอนแรกก็ไม่ได้ก่ะจาไปหรอกนะ
ที่ไปวงก็เพราะว่า นัด staff ไว้ว่าจาทำอุปกรณ์การออกกำลังกายให้เด็กๆ วง Sym ที่น่าร้ากทั้งหลาย แต่ว่าอาจารย์ตุ้ยเกิดจาไปให้ไปส่งพวก CG ที่สุรศักดิ์ (มันเปน camp อารายก็ม่ารู้ของพวก CG อ่ะ เกย์เยอะมากมาย) ก็อัดกันไปบนรถเรา สิบกว่าคนได้ ไอ้นัดนั่งหน้า
พวกผู้หญิงนั่งตรงกลางยัดไป 5 มั้ง ไม่ก็ 6 แล้วก็พวกผู้ชายนั่งหลัง 5 คน
แบบว่านะ ไอ้แยมก่ะไอ้เนยเสียงดังมากมาย ส่วนไอ้พวกผู้ชายก็โวยวายอะไร"บ้านไอ้แหลมๆ" อะไรของมันก็ไม่รู้
เหนมันบอกว่า taxi คือบ้านไอ้แหลม(เด็ก trumpet) เราก้ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่านะ บนถนนมันก็เต็มไปด้วย Taxi อยู่แล้ว
คิดเอาเองละกันว่ามันจะโวยวายเรื่องนี้นานขนาดไหน
ขาไปนี่ขับสุภาพมากมายเพราะกลัวจะเลย และก็กลัวตำรวจด้วย
เนื่องจากขนคนมาเยอะเกินจำนวนที่นั่งของรถ(จริงๆมันผิดกฎหมายนะคับ ตำรวจจับได้นะ พวกรถเก๋งที่ข้างหลังนั่น 4 คนก็เหมือนกัน เขาจับได้นะ ถ้าอยากจะจับอ่ะ) ^ ^
พอไปถึงก็ลงไปดูสภาพการซ้อมสะหน่อย ปรากฎว่าเขายังไม่เริ่มกาน(ขนาดไปสายนะเนี่ย) แต่ว่าเกย์เยอะมากจริงๆ เราก่ะให้กันนี่ขนลุกซู่เลย แล้วก็ไปแอบดูมะปรางคนที่พี่อ้นการ์รันตีว่าเจ๋ง
แต่เราว่างั้นๆอ่ะ เหนเขาบอกว่าหุ่นดี แต่เราว่าเพราะเขาผอมเลยดูดีมากกว่าคนอื่น หรือเพราะหุ่นแบบนี้ที่มหาลัยมีเยอะแยะ เราเลยชินตามั้ง
ส่วนหน้าตานี่ เหอะๆ เราว่าติดลบอ่ะ ไม่ไหวจิงๆ สู้เด็กสาธิตก็มะด้าย
อยู่สักพักก็กลับมาที่วง ขากลับแวะไปรับไอ้ nat ที่บ้านมัน เพราะตอนแรกมันมาแล้วกลับไปก่อนเพราะนึกว่าจาไม่ทำท่อกันแล้ว
ปรากฎว่าพ่อมันให้ทำสวนก่อน คงไปประมาณบ่าย 3
กรรม มาเสียเที่ยวเลยตู ก็กลับไปโรงเรียน ตอนแรกว่าจาไปซื้อของก่อน แต่เปลี่ยนไปรอวรภัทรที่โรงเรียน เพราะมันบอกว่าจะมาบ่าย 2
ที่ไหนได้ แม่งมาเอาบ่าย 3.15 ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี + กับไอ้ nat ทำสวนไม่เสร็จอีก จบงาน
(อ้อ ลืมบอกไปว่าขากลับเจอรถ sport มานแข่งกานอยู่ คันนึงเปน Benz แบบใน need for speed แบบ 300,000 อ่ะ อีกคันเปน ford แบบใน need for เหมือนกัน ก็ไอ้คันแพงนะ ไม่ใช้มัสแตง โอ้วมานสวยได้ใจจริงๆ แล้วก็ไปเจอนี่เลย Honda Civic เปน Taxi วันศุกร์พึ่งเถียงกับจารย์ตุ้ยไปว่ามี honda แอบมาทำ taxi เขาก็ไม่เชื่อ ก็เลยขับตามไปถายรูปไปให้เขาดู เหอๆ) เสร็จแล้วจารย์ตุ้ยก็เลยชวนกันไปดู CG ซ้อมที่สุรศักดิ์ ก็เลยยกไปกัน 2 คัน(รถจารย์ตุ้ยก่ะรถเรา) ก็นะ
เมื่อไป 2 คันก็เกิดอาการแข่งกันนิดหน่อย ของจารย์ตุ้ยนี่ Honda Accord เครื่อง 2400 เบ็นซิน เกียร์ออโต แต่ของเรา Isuzu Victor 3 เครื่อง 2500 ดีเซล เกียร์กระปุก
แล้วมันจาแข่งกันได้ไหม - - แต่ปรากฎว่าถึงพอๆกันแฮะ
พอเข้าไปในโรงเรียนแล้ว จารย์ตุ้ยเขาเลี้ยวผิด เราก็เลยฮากันในรถว่า มาถึงก่อนแต่ก็ไปไม่ถูก พอจอดเสร็จเรียบร้อย ปรากฎว่าวันนี้เขาไม่ซ้อมที่ยิม เปลี่ยนเปนที่โรงอาหาร(ไหนตอนแรกบอกไปยิมหว่า)
กลายเปนว่าที่จารย์ตุ้ยเข้าไปอ่ะ ใกล้กว่า โหย เขาหัวเราะสะยกใหญ่เลย บอกว่าเขาอ่ะถูกแล้ว พวกมึงอ่ะ มั่ว (จริงๆก็ไม่รู้ทั้งคู่นั่นแหละ)
เข้าไปนั่งดูเขาซ้อมก็เหนความแตกต่างเลยว่าคนอื่นที่มาซ้อมเนี่ย นิ่งกว่าเด็กเราเยอะเลย ความพยายามในการซ้อมก็ต่างกัน ของเขาถ้าไม่ได้ก็จะซ้อมเอาให้ได้ ของเราถ้าไม่ได้ ก็จะมานั่ง เหอๆ แต่เอาเต้อะ พึ่งได้ดาบกันนี่นา ขากลับก็แบ่งกันไป 2 คน ของเรานั่ง 5 จารย์ตุ้ยนั่ง 4
ล้วก็แข่งกันกลับอีกเช่นเคย คราวนี้น้องๆงงเลย เพราะขามาขับช้า และสุภาพมาก ขากลับไหงเปนงี้ กระบะซิ่งและปาด เหอๆ แต่เราขับไม่อันตรายนะ เรียกว่าเบรคทันแน่นอน เพราะเอาลูกคนอื่นเขามาด้วย
แต่สุดท้ายก็แพ้อยู่ดี เพราะว่าซวยมาก เจอแต่รถขับช้า
น้องๆเปนพยานได้ เจอแต่พวกขับรถกวนเท้า วิถาวดีนะเฟร้ย ขับ 60 พ่อมึ้งงงงงง ส่งเด็กเสร็จก็กลับบ้านมาเติมน้ำมัน
น้ำมันขึ้นไปอีก 40 สตางค์อ่ะ ฮือๆ อยากจะร้องไห้มากมาย หมดไป 840 บาท ขนาดมีอยู่ร่วมครึ่งถังนะ
เมื่อคืนนี้รู้สึกเหงามากๆ ไม่รู้ว่าเหงาเพราะอะไรกันแน่ อาจจะเพราะเรากับเขาคนนั้นจะไม่ได้คุยกันอีกแล้ว (แต่ ปกติก็แทบจะไม่ได้พูดกันอยู่แล้ว) หรือเราจะเหงาเพราะคนที่เราคุยด้วยทุกวันทุกคืน เขาไม่อยู่
เฮ้อ นี่เราเหงาเพราะใครกันแน่ ยอมรับว่าที่ไปโรงเรียนเพราะอยากจะไปดู fun camp ด้วยส่วนหนึ่ง ก็มันเหงานี่หน่า ต้องอยู่คนเดียวอ่ะ
ได้เจอ # เจอ ธีรัช เจอ รตา ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ได้คุยกัน เม้าไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่เรื่องวงยันเรื่องทักษิน ไม่รู้มันออกไปเรื่องนั้นได้ยังไง?
 
เอาหล่ะ มาเรื่องวันนี้ดีกว่า
วันนี้เพื่อไม่ให้ต้องคิดถึงใครมาก ตื่นมันสะบ่าย 2 เลย
ตื่นมาก็อาบน้าม กินข้าว ดู TV แว้บนึง แล้วก็ล้างรถ
เสร็จก็กินข้าวเย็น แล้วก็ขึ้นมาออน แล้วก็ up blog
เหนมะ ไม่มีเวลาให้คิดถึงใครเลย 55
แต่ก็ยอมรับว่าที่มา up เพราะมันเหงา มันรู้สึกว่าง ทั้งว่างงาน และว่างเปล่า คนที่อยากคุยด้วยเขาก็ไม่ให้คุย คนที่เคยคุยอยู่เขาก็ไม่อยู่ให้คุย นี่คงต้องรอจนหมด fun camp ล่ะมั้งถึงจะหายเหงา
แต่ว่านะ ยังไงสะ คนที่จะทำให้เราหายเหงาใจได้คงจะมีแต่เขาคนเดียว
บางที ถ้าเรารู้เหตุผลว่าเพราะอะไร หลายสิ่งหลายอย่างอาจจะดีกว่านี้นะ
March 13

เอาหล่ะ

นี่เราก็ไม่ได้ up blog มานานพอตัว
วันนี้ก็เลยคิดว่าจะ up สักหน่อย
ว่าแต่
จะ up เรื่องอะไรดี
 
เอาเปนว่านี่ก็ปิดเทอมมาได้เกือบครบอาทิตย์และ
ถึงวันพุธเมื่อไรก็คือครบ 55+
อะไรนะ... อ๋อ สอบอ่ะเหรอ
สบายมาก เราสะอย่าง
ไม่ผ่านก็เปอร์ละคร้าย งานนี้ เหอๆ
 
จิงๆแล้ววันนี้ก็เปนวันซวยอีกวันนึง
หลังจากวันสอบ AYO
 
วันนี้ตอนเช้าไปต่ออายุ passport มา
แล้วก็พบว่า เขายกเลิกการต่ออายุแล้ว
ทำใหม่ลูกเดียว
เพราะว่าเขาเปลี่ยนเปนระบบใหม่
e- passport นั่นเอง
โอ้ว เราตกข่าวอย่างแรง แต่ก็ดี ไม่งั้น
เจอะ 3 เล่มเย็บติดแน่ๆ เพราะ Visa ยังไม่หมด
 
พอเข้าไปทำ เจอนี่เลย!!
คุณพ่อไม่มาด้วยเหรอคะ
ต้องให้คุณพ่อมารับหนังสือเดินทางนะคะ
แต่พ่อกรูอยู่เมืองไทยสะที่ไหนกันเล่า
ok คะ งั้นให้คุณพ่อทำหนังสือยินยอมมา
ก็บอกว่าไม่ได้อยู่เมืองไทย เจ้ก็
ถ้างั้นก้รับ passport ไม่ได้นะคะ
อายุยังไม่ถึง 20 ต้องให้พ่อแม่ยินยอมก่อนค่ะ
(อีก 3 เดือนจา 20 พระเจ้า เซ็งเลย)
ดีนะที่แม่จาไปหาพอเสาร์นี้
เลยให้แม่ไปเอาใบยินยอมมา
พอเสร็จ ก็กลับมาที่เกษตร
ไปเอาใบรับรองแพทย์และถ่ายรูป
เพราะต้องไปสอบใบขับขี่ตอนบ่าย
ไอ้เราก็ไปถึงเที่ยงหน่อยๆ
ตามที่โรงเรียนสอนมันบอกให้ไป
ก็ยื่นเรื่องชั้น 2 แล้วมันก็บอกให้ไปยื่นต่อชั้น 3
ก็ขึ้นไป โหว คนอย่างเยอะ แต่คนรับเรื่องไม่อยู่
ไปกินข้าวมั้ง
เราก็เลยอ่านระเบียบการ ได้ดังนี้
สอบรอบบ่าย
   13.00 - 13.30 รับเรื่องและตรวจสภาพร่างกาย
   13.30 - 15.30 อบรม
   15.30 - 16.30 สอบข้อเขียน
   สอบปฏิบัติวันถัดไป
 
 ok เรารู้อยู่แล้วว่าต้องมาสอบขับอีกวัน
วันนี้ได้แค่สอบข้อเขียน
แต่อะไรรู้ไหม
เรายื่นเรื่องเปนคนที่ 2 นะ
แล้วก็เข้าไปตรวจสภาพร่างกาย
เสร็จออกมา 13.34 มันบอกว่า
วันนี้ไม่ทัน ห้องอบรมปิดแล้ว ให้กลับบ้าน
มาใหม่พรุ่งนี้ - -
อ้าว ไอ้ห่า นี่ขนาดกูเสร็จคนที่ 2 ของรอบบ่ายนะ
ไอ้พวกที่ได้เข้าไปแม่งยื่นกันตอน 11 โมงครึ่ง
ไหนบอกให้ยื่นเรื่องบ่ายโมงไงฟระ
แล้วอย่างงี้จารับรอบบ่ายทำบ้าอะไร
ตกลงว่าพรุ่งนี้ต้องไปสอบข้อเขียนและขับรถ
เสียเวลาไปอีกทั้งวัน ไอ้เปรตเอ้ย
หรูก็มีธุระนะเฟ้ย ก็ขับกลับมาจากขนส่ง
ไม่มีใบขับขี่ก็ขับแม่งออกมาเลย รำคาญ
 
มาถึงเกษตร ส่งท่าน
แม่เสร็จก็ไปนั่งเล่นที่โรงเรียน ระหว่างนั้นเบื่อๆ
ก็เลยไปขับรถเล่น ไม่มีไรเกิดขึ้น
ขับอย่างโปรอ่ะ ใช้มือเดียวหมดเลย ไม่ว่าจะทำอะไร
(ครูสอนรถแข่งเขาบอกให้หัดมือเดียว
เพราะอีกมือต้องไว้เปลี่ยนเกียร์ตลอด)
เสร็จตอนเย็นก็มารับไอ้กัน จะกลับบ้าน
พอดีหิว เลยไปบาร์ใหม่
เสร็จแล้วรถแม่งเต็มเลย ที่จอดไม่มี
ไอ้เราเหนมีที่นึงว่าง ก็เลี้ยวเข้าไปจอดเลย
ด้วยความที่ว่าปกติขับรถเก๋ง
วันนี้ขับรถกระบะ ลืมไปว่ามันยาว
เลี้ยวแว้บเข้ามาจอดในที่ๆแม่งโคตรจะแคบ
ประมาณว่าต้องรถเก๋งเล็กๆเท่านั้นอ่ะ ถ้ารถใหญ่ต้องถอยหน่อย
ไอ้ต้นบู้แหลก ลืมตัว นึกว่าขับคันเล็ก
ทุกส่วนของรถพ้นหมด แต่แม่ง
กันชนท้าย  กลัวไม่มีส่วนร่วม
แถเอารถข้างไปด้วย
สีแม่งถลอกเลย แล้วก็ไฟแม่งมีสีรถเราไปติด
แม่งโวย บอกว่าต้องเปลี่ยนไปใหม่
พ่อมึ้งงงงงง แต่เช็ดออกก็ ok แล้ว ไม่ได้แตกสะหน่อย
รอยก็เล็กฉิบหาย ok รถต้องทำใหม่อันนี้ยอมรับ
แต่มันก็แค่รอยเล็กๆ เล็กจิงๆนะ
แต่ไอ้เปลี่ยนไฟนี่ไม่ไหวจิงๆอ่ะ เปลี่ยนทำไมฟระ จาเอาเงินกรูชัดๆ
แล้วรถแม่งก็ขาดประกัน แล้ว้ราก็ไม่มีใบขับขี่
ผิดกฎหมายทั้งคู่ ไม่ต้องคิดเรียกตำรวจเลย หรือใครเลย
สุดท้ายเราเลยให้ไปซ่อมที่อู่ของน้าเรา ไม่งั้นให้มันไปซ่อมเองนะ
เปลี่ยนแหลกชัวร์ แม่งซวยฉิบหาย
คราวหน้าต้องระวังหน่อยและ
เพราะรถเราเล็กมาก มันยาวกว่า MU7 อีกนะ
มานเปน Station Wagon Victor III ยาวดีแท้
ยาวสุดในตระกูลรถ Station Wagon แล้วอ่ะ
แล้วนะ ปกติขับ Corolla ไม่ก็ Sunny
ขนาดใกล้เคียงกันโคตรๆ คราวหลังไม่บู้และ
ไว้ชินคันนี้ก่อน แล้วบู้ใหม่ (เหอๆ ไม่เข็ด)
แต่เม-ษานี้ก็จะได้ Corolla แล้ว แต่ก็ได้ 1 เดือน
ไม่อยากขับคันนี้เลยอ่ะ แม่งยาวโคตร
เฮ้อ แต่มานก็ต้องขับอ่ะนะ ก็เซ็งกานไปตามระเบียบนะคร้าบ
December 31

ปีหม่ายยยยยยยยยย

...ปีหม่ายแล้ว...
มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในปีนี้
ไม่ว่ามันจะเปนสิ่งดี หรือสิ่งไม่ดี
แต่เราก็จะไม่ลืมมันเลย
 
สิ่งที่ดี มันก็จะทำให้เราใจชื้นอยู่เรื่อยๆที่คิดถึงมัน
ส่วนสิ่งที่ไม่ค่อยจะดีนั้น มันก็จาคยเตือนเรา
ว่าเราเคยทำอะไรผิดพลาดมาแล้วบ้าง
 
ว่าแล้วเราก็มารวมเรื่องเด่นปี 2005 กัน
 
มาว่ากานด้วยเรื่องของสิ่งดีๆก่อนดีกว่า
สิ่งที่ดีที่สุดในปีนี้หรอ
อืม............................................
ก็คงเปนเรื่องที่เขา Unblock เราม้าง
หลังจากที่ Block มาได้ 6 เดือน
หลายคนว่าอาจจะไม่นาน แต่สำหรับเรามาน
นานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โกรธได้นานจริงๆ
 
เรื่องดีต่อมา ก็เปนช่วงเวลาที่มีความสุข ณ ค่ายซี้ดดดดดดดดดดดดดด
เอ้ย
เอ็กซ์ซี้ด
ค่ายคอมที่กินข้าววันละ 6 มื้อ
เขียนโปรแกรมวันละ 2 โปรแกรม
แต่ไม่ได้สักโปรแกรม เนื่องจากความโง่ส่วนบุคคล อิ อิ
 
เรื่องดีต่อมา
ถ้าไม่นับเรื่อง Unblock เราก็จะให้เรื่องนี้เปน
เรื่องที่ดีที่สุดของปี
ซึ่งมันก็คือ
กรู
ม่ายตก เม็คคานิกว้อยยยยยยยยยยยยยยย
55555
โอ้ยอยากจะหัวเราะจนตัวเองขาว
รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์
เหนไหมเพื่อน ของมันแรงจริงๆ
ว่าแล้วก็แก้บนกันไป
 
เรื่องที่ดีๆมงคลประจำครอบครัวจันทราปัตย์ก็คือ
พี่สาวข้าพเจ้าแต่งงาน
เมย์พี่เราแต่งงานแล้วน่ะ แกจำได้อยู่แล้วใช่มะ พี่สาวเราอ่ะ
 
เรื่องดีๆก็น่าจะมีอีกน้า แต่จำไม่ได้อ่ะ
 
มาถึงเรื่องไม่ดี โอ้ยเยอะแยะ
อย่าไปพูดถึงมันเลยนะ
 
แต่ยังไงเรื่องเศร้าของปีก็ขอพูดถึงหน่อยละกัน
 
ก็คือเรื่องการจากไปของ Eddie Guerrero
เปนนักมวยปล้ำที่เราเชื่อว่า
เขาจะอยู่ในใจของใครหลายๆคน
ใครๆที่ดูมวยปล้ำก็จะรู้ว่า Eddie เปนคนน่ารักแค่ไหน
จะว่าไปเขาก็เปนคนที่น่าเอาเปนตัวอย่างเหมือนกันนะ
เขาเคยติดเหล้า ติดยา จนถึงขนาดหย่ากับภรรยา
จน WWE เกือบต้องไล่เขาออก
แต่เขาก็กลับเนื้อกลับตัวมาได้ จนได้เปน champ WWE
ไม่มีอะไรสายเกินไป ถ้าเราเริ่มทำมันตั้งแต่ตอนนี้นะ
 
เอาเปนว่า
ปีใหม่นี้ ก็ขอให้มีความสุขกานมากๆน้า
ขอให้โชคดีมีความสุข ครายชอบครายก็ขอให้สมหวัง
ขอให้ได้เกรดกันดีๆ
อย่ามั่วแต่เที่ยวเพลินจนไม่ได้อ่านหนังสือนะเฟร้ยเพื่อน IUP ทั้งหลาย
เอาละ ไป Count Down แล้วน้า บายๆ ท่านทั้งหลาย
November 06

KUS Brass Quintet

   KUS Brass Quintet คือสุดยอดวง Brass Quintet ของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีประวัติอันยาวนาน

   เดิมทีเปนการร่วมกันเล่นดนตรีของเหล่ารุ่นพี่ในวงโดยการชักนำของอาจารย์วิษณุ โห้ไทย

   โดยวง KUS Brass Quintet ในรุ่นแรกนั้นจะเป็นวงที่นักดนตรีแต่ละคนจะมีความสามารถค่อนข้างสูงอยู่แล้ว เมื่อมาเล่นรวมกันจึงไม่ค่อยมีปัญหามากนัก นักดนตรีในยุคนั้นประกอบด้วย พี่นัทที เล่น 1st Trumpet และเปนพี่โตสุดของ Section Trumpet ดำรงตำแหน่ง หัวหน้า Section Trumpet ในสมัยนั้น, 2nd Trumpet คือพี่รวิพงษ์(สะกดงี้มั้ง) ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้า Section Trumpet, ผู้บรรเลง Horn คือพี่คมสัน สุดยอดนักดนตรีฮอร์นที่ถือว่าเก่งที่สุดตั้งแต่ตั้งวง KUS Symphonic Band ดำรงตำแหน่งหัวหน้า Section Horn, Trombone โดยพี่สรุจ ผู้ที่มีความเชียวชาญในการเล่น Trombone เปนอย่างมากเพราะได้เล่นกับอาจารย์หลายท่าน อีกทั้งยังเปนคนที่ขยันซ้อม, Tuba โดยสิรธาร ซึ่งเปนนักดนตรีที่มีความสามารถมากด้วยวัยขนาดนั้น

   จากนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่นเนื่องจากพี่คมสันมีต้องการที่จะฝึกรุ่นน้องขึ้นมาแทนตนเอง จึงเปลี่ยนมาให้พี่วิสุทธิ์เล่นตำแหน่ง Horn แทน ซึ่งในเวลาต่อมาผมได้มีโอกาสรับหน้าที่เล่น 1st Trumpet แทนพี่นัททีที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างจำต้องเลิกไป ซึ่งเปนความฝันอันสูงสุดของผมในตอนนั้น เนื่องจากวงนี้ประกอบไปด้วยนักดนตรีที่ถือว่าระดับเซียนกันทั้งนั้น วง KUS Brass Quintet

   ในสมัยที่ผมพึ่งเข้าร่วมนั้น ก็ได้ตั้งวงเปนวง KUS Brass Quintet ที่เป็นรูปแบบเฉพาะกิจขึ้นมา ได้บรรเลงในโอกาสพิเศษต่างๆของโรงเรียน ซึ่งตอนนั้นจำต้องพัฒนาทักษะการเล่นโน๊ตแบบพึ่งเห็นเป็นครั้งแรก หรือมีโอกาสซ้อมได้ครั้งเดียว   ทั้งนี้ก็เพราะ ทางโรงเรียนมักจะมีคำสั่งฟ้าผ่าผ่านทางอาจารย์วิษณุ ในช่วงพักกลางวันว่า "เด๋ว การประชุมเย็นนี้ จัดวงดนตรีมาด้วยนะ" ซึ่งหมายความว่า รู้เที่ยงและเล่นตอนเลิกเรียนหรือคาบ 7   ทำให้ไม่มีเวลาได้ซ้อมกัน แต่ด้วยการนี้แหละ ที่ทำให้เราเหล่า KUS Brass Quintet เล่นดนตรีได้เข้าขากันมากขึ้น และเล่นกันเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนทีความสามารถเทียบเท่ากับวงอื่นๆที่ก่อตั้งมานานกว่า

   การปรับเปลี่ยนนักดนตรีคนสุดท้ายคือน้องธีรัชที่มารับหน้าที่ 2nd Trumpet แทนพี่นุกนิกที่ต้องเตรียมตัวสอบ Ent และทำให้วง KUS Brass Quintet ได้ตั้งตัวขึ้นอย่างเปนทางการเนื่องจากอาจารย์วิษณุ แนะให้วงนี้เข้าร่วมการประกวด 1st Asian Ensemble ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งในสมัยนั้นวงนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่นักดนตรี Classic วัยรุ่น    อันเนื่องด้วยในเวลานั้น นักดนตรีหลายละท่านก็ดำรงตำแหน่งสำคัญในวง ดุริยางค์เยาวชนไทย หรือ Thai Youth Orchestra โดย ผมดำรังตำแหน่ง หัวหน้า Section Trumpet ของวง TYO (Thai Youth Oechestra)    พี่แกงไก่หรือพี่วิสุทธิ์ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้า Section Horn ของวง TYO    พี่สรุจดำรงตำแหน่ง หัวหน้า Section Bass Trombone ของ วงTYO    และคุณสิรธารดำรงตำแหน่งรองหัวหน้า Section Tuba ของวง TYO เช่นกัน แต่ด้วยความโชคร้ายที่ผมมีอาการไม่สบายเกี่ยวกับความดันของหู ทำให้ไม่สามารถเล่นดนตรีได้มากนัก ทำให้วงเราต้องถอนตัวจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย   2 ปีให้หลัง วงของเราก็จำต้องยุบตัวเพราะต่างคนต่างต้องไปเรียนหนังสือในระดัมหาวิทยาลัยซึ่งนักดนตรีแต่ละท่านก็ไม่มีเวลาว่างมาซ้อมกัน และเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่จนปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้ใดสานต่อวงนี้

   แต่ในอนาคต KUSA Brass Quintet (KUS Alumni Brass Quintet)จะต้องบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขอรายงานสภาพปัจจุบันของอดีตนักดนตรีวง KUS Brass Quintet

1st Trumpet นาย ปณิธาน   จันทราปัตย์ : นิสิตปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

2nd Trumpet นาย ธีรัช   พิริยะปัญญาพร : นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

Horn นาย วิสุทธิ์   วิสุทธิชัยกิจ : นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Trombone นาย สรุจ   มาใหญ่ : ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาอยู่ไหน ล่าสุดได้รับรายงานว่าแต่งงานแล้ว และพำนักอยู่ที่กาญจนบุรี

Tuba นาย สิรธาร   ภควลีธร : นิสิตปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

   *ถึงอดีตนักดนตรีวง KUS Brass Quintet ทุกท่าน ผมจะไม่ลืมวันเวลาดีๆที่เราได้เล่นดนตรีด้วยกัน หวังว่าเราจะได้ร่วมวงกันอีก เมื่อเก้ดัดฟันเสร็จ และหาตัวพี่รุจเจอ